หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

วิธีทำ MV ด้วยตัวเอง

วิธีทำ MV ด้วยตัวเอง


โปรแกรมที่ใช้ทำ ก็คือ Windows Movie Maker
ขั้นตอนทำก็แสนง่ายค่ะ
เพียงแค่มีเพลง มีภาพที่ต้องการนำมาทำสไลด์ ก็โอเคแล้ว
หากใช้ Photoshop เป็นนิดหน่อย ก็จะได้ภาพที่ถูกใจเรามากขึ้นด้วยค่ะ..
ดูวิธีแต่งภาพโฟโตช็อปอย่างง่ายได้ที่นี่ boxcolor ค่ะ


ขั้นแรก….เปิดโปรแกรม Windows Movie Maker ขึ้นมาเลย


ขั้นที่สอง
จะได้หน้าต่างดังภาพ วิธีเลือกและเพิ่มภาพคือเลือก…Import pictures…แล้วทำการเลือกภาพ….

ขั้นที่สามทำการเลือกภาพที่ต้องการ



ขั้นที่สี่….เลือกภาพเสร้จแล้วภาพที่เลือกก็จะมาอยู่ดังในรูป



ขั้นที่ห้า….ให้ลากภาพที่ต้องการไปวางไว้ในช่อง Video ด้านล่าง
เราสามารถเลือกทีละภาพ หรือ ลากที่เลือกไว้ทั้งหมดมาได้เลย

(ถึงตอนนี้ให้เราคลิกปุ่ม Play ก็จะมีภาพสไลด์ ตามที่เราเลือกไว้แล้วค่ะ…^^)
ต่อไปเป็นการใส่เพลงนะคะ….
วิธีก็เหมือนเดิมค่ะ คือเลือกเพลง
โดยเข้าไปคลิกที่ Import Audio or Music….(อยู่ถัดลงมาสองบรรทัดจาก Import pictures นะคะ)
แล้วก็เลือกเพลงที่ต้องการค่ะดังภาพ….
ต่อไปก็ใช้วิธีลากเพลงลงไปไว้ข้างล่างเหมือนเดิมค่ะ
แต่คราวนี้ เราจะลากเพลงไปวางไว้ในช่องของ…Audio / Music
เมื่อทำ MV เป็นที่ถูกใจแล้ว..
ต่อไปเราจะมาทำการ save ภาพ และแปลงไฟล์
เพื่อเก็บเอาไว้ฟังใน media player หรือ winamp กันนะคะ..
ขั้นตอนการ save ดังนี้ค่ะ
File > Save Movie File > My Computer > Next > ตั้งชื่อไฟล์ > Next > เลือก other setting = Video for boardband (340 kbps) > Next > รอสักครู่ ก็จะได้ไฟล์ที่นามสกุล .wmv เพียงเท่านี้ ก็สามารถนำไฟล์ที่ได้ขึ้นไป upload โชว์ผ่าน youtube.com ได้ค่ะ….
(แล้วลองคลิกเปิดดูในเครื่องเรานะคะ
ผ่านโปรแกรม windows media player หรือ winamp ได้เลยค่ะ..^^)
ส่วนวิธีนำขึ้น YOUTUBE ก็ไม่ยากเลยค่ะ..
ขั้นแรก……..ต้องสมัครสมาชิกเค้าก่อนค่ะ(อันนี้เป็นธรรมเนียม เพื่อใช้ของฟรีค่ะ..อิอิ)
ขั้นที่สอง……เมื่อสมัครเรียบร้อยแล้ว ก็นำไฟลที่ save ไว้มะกี้..ไป upload ขึ้น youtube ได้เลย


stop motion

stop motion
การถ่ายสต็อปโมชัน เป็นแอนิเมชันที่ผู้ทำแอนิเมชันต้องสร้างส่วนประกอบต่าง ๆ ของภาพขึ้นด้วยวิธีอื่น นอกเหนือจากการวาดบนแผ่นกระดาษ หรือแผ่นเซล และยังต้องยอมเมื่อยมือ ขยับรูปร่างท่าทางของส่วนประกอบเหล่านั้นทีละนิด ๆ แล้วใช้กล้องถ่ายไว้ทีละเฟรม ๆ
การถ่ายสต็อปโมชันมีเทคนิคทำได้หลากหลาย เช่น
·         เคลย์แอนิเมชัน (Clay animation เรียกย่อ ๆ ว่า เคลย์เมชัน / claymation)
คือแอนิเมชันที่ใช้หุ่นซึ่งทำจากดินเหนียว ขี้ผึ้ง หรือวัสดุใกล้เคียง โดยใส่โครงลวดไว้ข้างในเพื่อให้ดัดท่าทางได้
·         คัตเอาต์แอนิเมชัน (Cutout animation)
สมัยก่อนแอนิเมชันแบบนี้ทำโดยใช้วัสดุ 2 มิติ (เช่น กระดาษ, ผ้า) ตัดเป็นรูปต่างๆ และนำมาขยับเพื่อถ่ายเก็บไว้ทีละเฟรม แต่ปัจจุบันใช้วิธีวาดหรือสแกนภาพเข้าไปขยับในคอมพิวเตอร์ได้เลย
·         กราฟิกแอนิเมชัน (Graphic animation)
เป็นอีกเทคนิคที่น่าสนใจไม่เบา เกิดจากการนำกล้องมาถ่ายภาพนิ่งต่าง ๆ ที่เราเลือกไว้ (จะเป็นภาพจากนิตยสาร หนังสือพิมพ์ ฯลฯ ก็ได้) ทีละภาพ ทีละเฟรม แล้วนำมาตัดต่อเข้าด้วยกันเหมือนเทคนิคคอลลาจ (collage – ปะติด) โดยอาจใช้เทคนิคแแอนิเมชันแบบอื่นมาประกอบด้วยก็ได้
·         โมเดลแอนิเมชัน (Model animation)
คือการทำตัวละครโมเดลขึ้นมาขยับ แล้วซ้อนภาพเข้ากับฉากที่มีคนแสดงจริงและฉากหลังเหมือนจริง
·         แอนิเมชันที่เล่นกับวัตถุอื่นๆ (Object animation)
ไม่ว่าจะเป็นของเล่น หุ่น ตุ๊กตา ตัวต่อเลโก้ ฯลฯ อะไรก็ตามที่ไม่ใช่วัสดุซึ่งดัดแปลงรูปร่างหน้าตาได้แบบดินเหนียว
·         พิกซิลเลชัน (Pixilation)

เป็นสต็อปโมชันที่ใช้คนจริง ๆ มาขยับท่าทางทีละนิดแล้วถ่ายไว้ทีละเฟรม เทคนิคนี้เหมาะมากถ้าเราทำแอนิเมชันที่มีหุ่นแสดงร่วมกับคน และอยากให้ทั้ง หุ่นทั้งคนดูเคลื่อนไหวคล้ายคลึงกัน หรือที่อยากได้อารมณ์กระตุกๆ


สื่อมัลติมีเดียเพื่อการเรียนการสอน

สื่อมัลติมีเดียเพื่อการเรียนการสอน
                ปัจจุบันนี้ เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันอย่างมาก ไม่ว่าจะทำอะไร ต่าง ๆก็สามารถทำได้ง่ายดาย โดยที่ทำให้เราสะดวกสบายมากขึ้น สามารถช่วยให้เราทำงานได้มากขึ้น ยังสามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่สามารถช่วยในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านการแพทย์ ด้านการติดต่อสื่อสาร ด้านการโทรคมนาคม ด้านการท่องเที่ยว รวมไปถึงด้านการศึกษา

องค์ประกอบของสื่อมัลติมีเดีย

            มัลติมีเดียสามารถจำแนกองค์ประกอบของสื่อต่างๆ ได้เป็น 5 ชนิด ประกอบด้วย ข้อความหรือตัวอักษร(Text) ภาพนิ่ง (Still Image) ภาพเคลื่อนไหว (Animation) เสียง (Sound) และภาพวิดีโอ (Video) แล้วนำมาผสมผสานเข้าด้วยกันเพื่อใช้สำหรับการปฏิสัมพันธ์หรือโต้ตอบ (Interaction) ระหว่าง คอมพิวเตอร์กับผู้ใช้ซึ่งถือได้ว่าเป็นกิจกรรมที่ผู้ใช้สามารถเลือกกระทำต่อมัลติมีเดียได้ตามต้องการ ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้ได้ทำการเลือกรายการและตอบคำถามผ่านทางจอภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์จากนั้นระบบคอมพิวเตอร์ก็จำทำการประมวลผลและแสดงผลลัพธ์ย้อนกลับผ่านทางจอภาพให้ผู้ใช้เป็น อีกครั้ง เป็นต้น  นอกจากนี้ ยังมีการปฏิสัมพันธ์ในรูปแบบอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเครื่องมือและรูปแบบที่จะนำมาประยุกต์ใช้งาน ตัวอย่างเช่น การสร้างปุ่มเมนูหรือข้อความที่มีสีแตกต่างจากข้อความปกติ เมื่อผู้ใช้มีปฏิสัมพันธ์กับส่วนนี้ ระบบก็จะเชื่อมโยงไปยังส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งอาจเป็นไปได้ทั้ง ข้อความ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียงหรือวิดีโอ ตามที่ได้มีการออกแบบไว้ล่วงหน้าแล้ว ดังนั้น จึงถือได้ว่า การปฏิสัมพันธ์ในมัลติมีเดียเป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าส่วนอื่นๆ สำหรับหัวข้อย่อยของเนื้อหาส่วนนี้ ประกอบด้วย
1. ข้อความหรือตัวอักษร (Text)
2. ภาพนิ่ง (Still Image)
3. ภาพเคลื่อนไหว (Animation)
4. เสียง (Sound)
5. ภาพวิดีโอ (Video)


รูปแบบของสื่อมัลติมีเดียเพื่อการเรียนการสอน

สื่อมัลติมีเดีย เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ออกแบบเพื่อใช้ในการเรียนการสอน โดยผู้ออกแบบ หรือกลุ่มผู้ผลิตโปรแกรม ได้บูรณาการเอาข้อมูลรูปแบบต่าง ๆ เช่น ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง วิดีโอ และข้อความ เข้าไปเป็นองค์ประกอบเพื่อการสื่อสาร และการให้ประสบการณ์ เพื่อให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพนั่นเอง บทบาทของสื่อมัลติมีเดียเพื่อการศึกษามี 2 ประเภทดังนี้
1. สื่อมัลติมีเดียเพื่อการนำเสนอข้อมูล
เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ออกแบบ เพื่อใช้ในการนำเสนอข้อมูลสื่อมัลติมีเดียเพื่อการศึกษา โดยใช้คอมพิวเตอร์ร่วมเป็นฐานในการนำเสนอข้อมูลด้วย เช่น ควบคุมการเสนอภาพสไลด์มัลติวิชั่น ควบคุมการนำเสนอในรูปแบบของวิดีโอเชิงโต้ตอบ (Interactive Video) และเครื่องเล่นซีดี-รอม ให้เสนอภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว ตามเนื้อหาบทเรียนที่ปรากฏอยู่บนจอคอมพิวเตอร์ ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปการสื่อสารทางเดียว
สื่อมัลติมีเดียเพื่อการนำเสนอข้อมูล
1. เป็นลักษณะการสื่อสารแบบทางเดียว
2. ผู้รับข้อมูลมักจะเป็นกลุ่มย่อย จนถึงกลุ่มใหญ่
3. มีวัตถุประสงค์ทั่วไป เพื่อเน้นความรู้และทัศนคติ เป็นการนำเสนอข้อมูลเพื่อ ประกอบการตัดสินใจ ใช้ได้กับทุกสาขาอาชีพ
4. เน้นโครงสร้างและรูปแบบการให้ข้อมูลเป็นขั้นตอน ไม่เน้นการตรวจสอบความรู้ของผู้รับข้อมูล
5. โปรแกรมส่วนมากจะควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ หรือผู้นำเสนอ
2. สื่อมัลติมีเดียเพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง
เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ออกแบบ โดยใช้คอมพิวเตอร์เป็นฐานในการผลิตแฟ้มสื่อมัลติมีเดียเพื่อการเรียนการสอน และนำเสนอแฟ้มที่ผลิตแล้วแก่ผู้ศึกษา ผู้ศึกษาก็เพียงแต่เปิดแฟ้มเพื่อเรียน หรือใช้งาน ตามที่โปรแกรมสำเร็จรูปกำหนดไว้ ก็จะได้เนื้อหาลักษณะต่าง ๆ อย่างครบถ้วน โดยการนำเสนอข้อมูลของสื่อมัลติมีเดียนี้ จะเป็นไปในลักษณะสื่อมัลติมีเดียเชิงปฏิสัมพันธ์ (Interactive)
สื่อมัลติมีเดียเพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง
1. เป็นลักษณะการสื่อสารแบบสองทาง
2. ผู้รับข้อมูลใช้เรียนรู้ด้วยตนเอง หรือเรียนเป็นกลุ่มย่อย 2-3 คน
3. มีวัตถุประสงค์ทั่วไป และวัตถุประสงค์เฉพาะ โดยครอบคลุมทักษะความรู้ ความจำ ความเข้าใจ และเจตคติ ส่วนจะเน้นอย่างใดมากน้อย ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และโครงสร้างเนื้อหา
4. รูปแบบการสอนจะเน้นการออกแบบสอน การมีปฏิสัมพันธ์ การตรวจสอบความรู้ โดยประยุกต์ทฤษฎีจิตวิทยา และทฤษฎีการเรียนรู้เป็นหลัก
5. โปรแกรมได้รับการออกแบบให้ผู้เรียน เป็นผู้ควบคุมกิจกรรมการเรียนทั้งหมด
6. การตรวจสอบประสิทธิภาพของสื่อ นับเป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องกระทำ
การนำสื่อมัลติมีเดียไปใช้ในการสอน
1. คอมพิวเตอร์มัลติมีเดียนำเสนอบทเรียน (Computer Multimedia Presentation) โดยผู้สอนเป็นผู้ใช้อย่างเดียวในการนำเสนอเนื้อหาของบทเรียนพร้อมประกอบด้วยภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวหรือเสียงประกอบรวมทั้งมีการอธิบายโดยผู้สอนในรายละเอียดของเนื้อหา
2. คอมพิวเตอร์ช่วยสอน CAI (Computer Assisted Instruction) ส่วนใหญ่มักจะจัดทำเน้นไปทางการเรียนด้วยตนเองมากโดยผู้เรียนเป็นคนใช้โดยออกแบบวิธีการเสนอเนื้อหาบทเรียน (Instructional (Design) ให้สามารถดึงดูดความสนใจของผู้เรียน ใช้เทคนิคของการเสริมแรง (Reinforcement) และหลักการปฏิสัมพันธ์ (Interactive) และหลักการทางจิตวิทยาการเรียนรู้โดยเฉพาะกระบวนการของจิตวิทยา Cognitive psychology ที่เน้นกระบวนการคิดและใช้วิธีการวิเคราะห์การเรียนรู้ข่าวสารของมนุษย์นำมาใช้ประกอบกันอย่างเป็นระบบ(System)
3. หนังสือเรียนอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Textbook) เป็นการจัดทำเนื้อหาในตำราและหนังสือเรียนให้อยู่ในรูปของซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย โดยมีรายละเอียดด้านเนื้อหารูปภาพเหมือนหนังสือทั่วไป โดยอาจมีภาพเคลื่อนไหว และเสียงรวมทั้ง ไฮเปอร์เท็กซ์เข้ามาประกอบเพิ่มเติมเพื่อให้มีสีสันรูปแบบที่น่าสนใจมากขึ้น
4. หนังสืออ้างอิงอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Reference) เป็นการจัดทำหนังสืออ้างอิงประเภทต่าง ๆ เช่น เอ็นไซโคลพีเดีย,ดิกชันนารี,นามานุกรม,วารสารที่ออกเป็นชุด ฯลฯ ให้อยู่ในรูปของซอฟต์แวร์มัลติมีเดีย โดยมีรายละเอียดการจัดทำเหมือนกับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์
การประยุกต์ใช้สื่อมัลติมีเดียทางการเรียนการสอน
การนำเอาสื่อมัลติมีเดียมาประยุกต์ใช้กับการศึกษาเพื่อให้เกิดผลทางการเรียนการสอนไม่ว่าจะใช้สื่อมัลติมีเดีย รูปแบบใดก็ตาม มีแนวทางในการประยุกต์ใช้ตามขั้นตาม การสอนทั่วไปดังนี้
1. การนำเสนอเนื้อหา (Content presentation) ในรูปแบบลักษณะต่าง ๆ และขั้นตอนต่าง ๆ กัน
2. การชี้แนะผู้เรียน (student guidance) โดยผู้เรียนไม่สามารถเปิดดูเนื้อหาที่อยู่ในคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียทางการศึกษาได้ทันทีเหมือนหนังสือจึงจำเป็นต้องมีระบบนำร่อง (Navigation System) ควบคู่กับการชี้แนะเนื้อหาหรือวิธีเรียนของผู้เรียนเพื่อป้องกันผู้เรียนหลงทาง
3. การฝึกฝนโดยผู้เรียน (Student practice) เป็นจุดเด่นของสื่อการศึกษาชนิดนี้ เพราะสามารถ กำหนดกิจกรรมและกำหนดสถานการณ์ให้ผู้เรียนฝึกฝนตนเองได้ตามความสะดวกและสามารถทำซ้ำ ๆ กันได้โดยไม่จำกัดเหมือนกับการฝึกฝนกับผู้สอนโดยตรง
4. การประเมินผลการเรียนรู้ (Learming evaluation) ขั้นตอนนี้เป็นจุดเด่นของคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย เพราะผู้เรียนสามารถประเมินผลการเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ถ้าผลออกมาไม่น่าพอใจสามารถเรียนซ้ำและประเมินผลอีกได้โดยไม่กระทบกระเทือนผู้สอน
ประโยชน์ของมัลติมีเดียทางการเรียนการสอน
1. เทคโนโลยีด้านสื่อมัลติมีเดียช่วยให้การออกแบบบทเรียน ตอบสนองต่อแนวคิด และทฤษฎีการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งส่งผลโดยตรงต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การวิจัยที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของสื่อมัลติมีเดียว่า สามารถช่วยเสริมการเรียนรู้ ทำให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้นได้
2. สื่อมัลติมีเดียในรูปแบบของซีดีรอม ใช้ง่าย เก็บรักษาง่าย พกพาได้สะดวก และสามารถทำสำเนาได้ง่าย
3. สื่อมัลติมีเดียเป็นสื่อการสอนที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองตามศักยภาพ ความต้องการ และความสะดวกของตนเอง สามารถสร้างสถานการณ์จำลอง จำลองประสบการณ์ ตลอดจนส่งเสริมให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับสื่อให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง
4. ในปัจจุบันมีโปรแกรมช่วยสร้างบทเรียน (Authoring Tools) ที่ง่ายต่อการใช้งานทำให้บุคคลที่สนใจทั่วไปสามารถสร้างบทเรียนสื่อมัลติมีเดียใช้เองได้
5. ผู้สอนสามารถใช้สื่อมัลติมีเดียเพื่อสอนเนื้อหาใหม่ เพื่อการฝึกฝน เพื่อเสนอสถานการณ์จำลอง และเพื่อสอนการคิดแก้ปัญหา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้เป็นประการสำคัญ รูปแบบต่างๆ ดังกล่าวนี้จะส่งผลดีต่อการเรียนรู้ วิธีการเรียนรู้ และรูปแบบการคิดหาคำตอบ
6. สื่อมัลติมีเดียช่วยสนับสนุนให้มีสถานที่เรียนไม่จำกัดอยู่เพียงห้องเรียน เท่านั้น ผู้เรียนอาจเรียนรู้ที่บ้าน ที่ห้องสมุด หรือภายใต้สภาพแวดล้อมอื่นๆ ตามเวลาที่ ตนเองต้องการ
7. เทคโนโลยีสื่อมัลติมีเดีย สนับสนุนให้เราสามารถใช้สื่อมัลติมีเดียกับผู้เรียนได้ ทุกระดับอายุ และความรู้ หลักสำคัญอยู่ที่การออกแบบให้เหมาะสมกับผู้เรียนเท่านั้น

8. สื่อมัลติมีเดียที่มีคุณภาพ นอกจากจะช่วยให้เกิดความคุ้มค่าในการลงทุนของโรงเรียน หรือหน่วยงานแล้ว ความก้าวหน้าของระบบครือข่าย ยังช่วยส่งเสริมให้การใช้สื่อมัลติมีเดียเป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาอื่นๆ อีกด้วย


ที่มา :https://wanussanun.wordpress.com/2012/05/23/%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2/

วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ฟังก์ชัน SQL

คำสั่ง SQL

1. SQL SELECT INTO
         เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับการระบุเงื่อนไขการเลือกข้อมูลในตาราง (Table) โดยใช้การเลือกข้อมูลจากต้นทางไปยังปลายทาง นิยมใช้สำหรับการ Copy Table หรือทำการ Backup Table
          Database : MySQL,Microsoft Access,SQL Server,Oracle
Syntax
SELECT Column1,Column2,Column3,... INTO [New-Table] FROM [Table-Name]

Table : customer

CustomerID
Name
Email
CountryCode
Budget
Used
C001
Win Weerachai
win.weerachai@thaicreate.com
TH
1000000
600000
C002
John Smith
john.smith@thaicreate.com
EN
2000000
800000
C003
Jame Born
jame.born@thaicreate.com
US
3000000
600000
C004
Chalee Angel
chalee.angel@thaicreate.com
US
4000000
100000

            Sample1 การเลือกข้อมูลตาราง customer เพื่อไปสำรองไว้ที่ customer_backup
SELECT * INTO customer_backup FROM customer

Output
Table : customer_backup

CustomerID
Name
Email
CountryCode
Budget
Used
C001
Win Weerachai
win.weerachai@thaicreate.com
TH
1000000
600000
C002
John Smith
john.smith@thaicreate.com
EN
2000000
800000
C003
Jame Born
jame.smith@thaicreate.com
US
3000000
600000
C004
Chalee Angel
chalee.angel@thaicreate.com
US
4000000
100000



2.SQL UNION
           เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับการรวมหลาย Query มารวมให้ใน Table เดียวกับ โดยจำนวน คอลัมบ์หรือฟิวด์นั้นจะต้องเท่ากันด้วย
           Database : MySQL,Microsoft Access,SQL Server,Oracle
Syntax
SELECT Column1,Column2,... FROM [Table-Name]
UNION
SELECT Column1,Column2,... FROM [Table-Name]
...

Table : customer
CustomerID
Name
Email
CountryCode
Budget
Used
C001
Win Weerachai
win.weerachai@thaicreate.com
TH
1000000
600000
C002
John Smith
john.smith@thaicreate.com
EN
2000000
800000
C003
Jame Born
jame.born@thaicreate.com
US
3000000
600000
C004
Chalee Angel
chalee.angel@thaicreate.com
US
4000000
100000

Table : country
CountryCode
CountryName
TH
Thailand
EN
English
US
United states

              Sample1 การรวมข้อมูลของตาราง customer และ country
SELECT CustomerID,Name FROM customer
UNION
SELECT CountryCode,CountryName FROM country

Output

CustomerID
Name
C001
Win Weerachai
C002
John Smith
C003
Jame Born
C004
Chalee Angel
TH
Thailand
EN
English
US
United states


3.SQL UPDATE
            เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับแก้ไขข้อมูลในตาราง (Table) โดยสามารถทำการแก้ไขได้หลายฟิวด์และหลายRecord ภายในคำสั่ง 1 คำสั่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ Where ที่ผู้ใช้ได้เขียนขึ้น
Database : MySQL,Microsoft Access,SQL Server,Oracle
Syntax
UPDATE [Table-Name] SET Column1='Value1',Column2='Value2',... WHERE clause

Table : country
CountryCode
CountryName
TH
Thailand
EN
English
US
United states
CH
Chaina

             Sample1 การแก้ไขข้อมูลลงใน Table 
UPDATE country SET CountryCode = 'JP',CountryName='Japan' WHERE CountryCode = 'CH'

Output

CountryCode
CountryName
TH
Thailand
EN
English
US
United states
JP
Japan


4.SQL LIMIT
             เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับการระบุเงื่อนไขการเลือกข้อมูลในตาราง (Table) ที่สามารถกำหนดจำนวนRecord ที่แสดงผลออกมาได้
Database : MySQL
Syntax
SELECT Column1, Column2, Column3,... FROM [Table-Name] ORDER BY [Fields] [ASC/DESC] LIMIT [Int-Start] , [Int-End]

Table : customer
CustomerID
Name
Email
CountryCode
Budget
Used
C001
Win Weerachai
win.weerachai@thaicreate.com
TH
1000000
600000
C002
John Smith
john.smith@thaicreate.com
EN
2000000
800000
C003
Jame Born
jame.born@thaicreate.com
US
3000000
600000
C004
Chalee Angel
chalee.angel@thaicreate.com
US
4000000
100000

              Sample1 การเลือกข้อมูลที่มีการใช้ยอดเงินมากที่สุดจำนวน 2 Record 
SELECT * FROM customer ORDER BY Used DESC LIMIT 0,2

Output

CustomerID
Name
Email
CountryCode
Budget
Used
C002
John Smith
john.smith@thaicreate.com
EN
2000000
800000
C001
Win Weerachai
win.weerachai@thaicreate.com
TH
1000000
600000


 5.SQL COUNT 
              เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับการระบุเงื่อนไขการเลือกข้อมูลในตาราง (Table) โดยทำการนับจำนวน Count Record ที่ค้นพบ
Database : MySQL,Microsoft Access,SQL Server,Oracle
Syntax
SELECT COUNT(Column/Field) AS [New-Field] FROM [Table-Name]

Table : customer
CustomerID
Name
Email
CountryCode
Budget
Used
C001
Win Weerachai
win.weerachai@thaicreate.com
TH
1000000
600000
C002
John Smith
john.smith@thaicreate.com
EN
2000000
800000
C003
Jame Born
jame.born@thaicreate.com
US
3000000
600000
C004
Chalee Angel
chalee.angel@thaicreate.com
US
4000000
100000

               Sample1 การเลือกข้อมูลจำนวนลูกค้าทั้งหมด
SELECT COUNT(CustomerID) AS CountCustomerID FROM customer
Output

CountCustomerID
4


6.SQL DISTINCT
              เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับการระบุเงื่อนไขการเลือกข้อมูลในตาราง (Table) โดยทำการเลือกข้อมูลที่ซ้ำกันมาเพียงแค่ Record เดียว
Database : MySQL,Microsoft Access,SQL Server,Oracle
Syntax
SELECT DISTINCT Column1,Column2,Column3,... FROM [Table-Name]

Table : customer
CustomerID
Name
Email
CountryCode
Budget
Used
C001
Win Weerachai
win.weerachai@thaicreate.com
TH
1000000
600000
C002
John Smith
john.smith@thaicreate.com
EN
2000000
800000
C003
Jame Born
jame.born@thaicreate.com
US
3000000
600000
C004
Chalee Angel
chalee.angel@thaicreate.com
US
4000000
100000

               Sample1 การเลือกข้อมูล CountryCode ที่ไม่ซ้ำกัน 
SELECT DISTINCT CountryCode FROM customer

Output

CountryCode
TH
EN
US


7.SQL INSERT
             เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับเพิ่มข้อมูลลงในตาราง (Table) โดยสามารถเพิ่มได้ทั้งแถวหรือว่าเพิ่มในส่วนของแต่ละฟิวด์
Database : MySQL,Microsoft Access,SQL Server,Oracle
Syntax
INSERT INTO [Table-Name] (Column1,Column2,Column3,...) VALUES ('Value1','Value2','Value3',...)

Table : country
CountryCode
CountryName
TH
Thailand
EN
English
US
United states

              Sample1 การเพิ่มข้อมูลลงใน Table 
INSERT INTO country VALUES ('CH','Chaina')
หรือ
INSERT INTO country (CountryCode,CountryName) VALUES ('CH','Chaina')

Output

CountryCode
CountryName
TH
Thailand
EN
English
US
United states
CH
Chaina


8.SQL LENGTH
               เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับการระบุเงื่อนไขการเลือกข้อมูลในตาราง (Table) โดยทำการนับข้อความในตำแหน่งที่ต้องการ
Database : MySQL,Microsoft Access,SQL Server,Oracle
Syntax
SELECT LENGTH(Name) As MyLength FROM customer

Table : customer
CustomerID
Name
Email
CountryCode
Budget
Used
C001
Win Weerachai
win.weerachai@thaicreate.com
TH
1000000
600000
C002
John Smith
john.smith@thaicreate.com
EN
2000000
800000
C003
Jame Born
jame.born@thaicreate.com
US
3000000
600000
C004
Chalee Angel
chalee.angel@thaicreate.com
US
4000000
100000

                Sample1 การเลือกข้อมูลโดยนับความยาวในฟิวด์ Name 
SELECT LENGTH(Name) AS MyLength FROM customer

Output

MyLength
13
11
9
12


9.SQL SUBSTRING
                 เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับการระบุเงื่อนไขการเลือกข้อมูลในตาราง (Table) โดยทำการตัดข้อความในตำแหน่งที่ต้องการ
Database : MySQL,Microsoft Access,SQL Server,Oracle
Syntax
SELECT SUBSTR(Name,0,2) As MySubStr FROM customer

Table : customer
CustomerID
Name
Email
CountryCode
Budget
Used
C001
Win Weerachai
win.weerachai@thaicreate.com
TH
1000000
600000
C002
John Smith
john.smith@thaicreate.com
EN
2000000
800000
C003
Jame Born
jame.born@thaicreate.com
US
3000000
600000
C004
Chalee Angel
chalee.angel@thaicreate.com
US
4000000
100000

                  Sample1 การเลือกข้อมูลโดยทำการตัดตำแหน่งที่ 1 ถึง 3 
SELECT SUBSTR(Name,1,3) AS MySubStr FROM customer
Output

MySubStr
Win
Joh
Jam
Cha


                  Sample2 การเลือกข้อมูลโดยทำการตัดตำแหน่งจากสุดท้ายไปทางซ้าย 3 หลัก และเริ่มนับไปทางขวาอีก      3 หลัก 
SELECT SUBSTR(Name,-3,3) AS MySubStr FROM customer

Output

MySubStr
hai
ith
orn
gel


 10.SQL IN 
                 เป็นคำสั่งที่ใช้สำหรับการระบุเงื่อนไขการเลือกข้อมูลในตาราง (Table) โดยเลือกเฉพาะค่าที่กำหนด
Database : MySQL,Microsoft Access,SQL Server,Oracle
Syntax
SELECT Column1, Column2, Column3,... FROM [Table-Name] WHERE [Field] IN ('Value1','Value2')
Table : customer
CustomerID
Name
Email
CountryCode
Budget
Used
C001
Win Weerachai
win.weerachai@thaicreate.com
TH
1000000
600000
C002
John Smith
john.smith@thaicreate.com
EN
2000000
800000
C003
Jame Born
jame.born@thaicreate.com
US
3000000
600000
C004
Chalee Angel
chalee.angel@thaicreate.com
US
4000000
100000

                  Sample1 การเลือกข้อมูลที่ CustomerID = C002 และ C003 
SELECT * FROM customer WHERE CustomerID IN ('C002','C003')

Output

CustomerID
Name
Email
CountryCode
Budget
Used
C002
John Smith
john.smith@thaicreate.com
EN
2000000
800000
C003
Jame Born
jame.smith@thaicreate.com
US
3000000
600000

ที่มา : http://www.thaicreate.com/